หนึ่งเดือนมานี้ เป็นช่วงที่เรียกว่าปิดตัวเองอย่างเต็มที่
ไม่ค่อยได้่ดูข่าว
ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือพิมพ์
ไม่ได้ติดตามเนื้อหาสาระหรือความเป็นไปในสังคมเลย
อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ความเป็นไปในสังคม และบ้านเมืองมันมีแต่เรื่องน่าอึดอัด สำหรับคนมีความรู้สึกอ่อนไหวต่อเรื่องรอบข้างอย่างตัวเราเองนั้น วิธีการป้องกันตัวเองจากความไม่สบายใจที่ดีที่สุดคือ ก่อกำแพง ล้อมตัวเองซะเลย ปิดตัวเองจากเรื่องรอบข้าง และเรื่องต่างๆ จากสังคม
จึงอาจพูดได้ว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ อาจกลายเป็นคนหลุดโลกเลยก็ว่าได้ ไม่ทันเหตุการณ์ ไม่ทันต่อยุคสมัย แต่ว่าส่ิงที่ได้กลับมาก็นับว่าคุ้มค่าอย่างน่าพอใจ ก็คือ สมาธิในการทำงาน และความสบายใจ
วันนี้เป็นวันที่สามารถผลักดันงานของตัวเองมายังจุดหมายที่คิดไว้ว่ามันควรจะมาถึง ทำให้รู้สึกโล่งใจในระดับที่เรียกว่าเกือบจะเบาหวิวเลยทีเดียว
ว่างๆ ก็เลยลองเปิดข่าวลองอ่านผ่านๆ ดู ไม่ได้ตั้งใจจะอ่านข่าวอะไรจริงจัง
ที่ก็อดไม่ได้กับข่าวนี้ "แนน" น้ำตานองรับลวงโลก! กุเรื่องท้อง - คลอด ขายหนังสือ
อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
คงไม่คิดที่จะวิจารณ์ หรือพูดต่ออะไรทั้งนั้น เพราะการวิจารณ์ หรือการพยายามจะออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะเป็นการนำเรื่องนี้มาอยู่ในความคิดของเรามาขึ้นเท่านั้น
ปล่อยให้มันผ่านพ้นไปดีกว่า
แต่ในส่วนหนึ่งมันก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้บ้านเมืองเรามันเกิดอะไรขึ้นแล้วหว่า
มันวิปริตผิดเพี้ยน กลับตารปัตไปหมดแล้ว เมื่อก่อนเราเอาแต่เรื่องดีๆ ยกขึ้นมาพูดกัน และเรื่องที่ไม่ดีมักจะเก็บหรือซ่อนกันเอาไว้ แต่สมัยนี้ยุดนี้ ทุกคนพร้อมจะพูดแต่เรื่องแย่ๆ ของคนอื่น กล่าวว่าคนอื่นอย่างไม่อายปาก
และน่าแปลกคือ คนในสังคมกลับตอนรับพฤติกรรมเช่นนี้อีกต่างๆ หาก
สำหรับปี 50 นี้อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ เหลือเกิน เพราะใจนึงก็ยังหวังว่า ปีหน้าฟ้าไม่อะไรๆ ก็คงดีกว่านี้นะ
บันทึกเรื่องแย่ๆที่พอจำได้ในปี 2550
ปี 50 -- เป็นปีที่เราออกจากงาน
ปี 50 -- เป็นปีแห่งการแฉ และคงต้องตีความคำว่าแฉ ใหม่ว่า การให้ร้ายคนอื่น ไม่ว่าจะในทางจริงหรือเท็จ โดยที่ผู้แฉ มักได้ประโยชน์เสมอ
ปี 50 -- เป็นปีที่ทุกคนชอบฟังการแฉ แม้ว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากมัน ก็ยังชอบอยู่
ปี 50 -- เป็นปีที่คนที่เคยถูกมองว่าคุณธรรมสูงส่งในสังคม ถูกตั้งคำถามเรื่องความดี และซื่อสัตย์ (ดูเหมือนท่านจะเป็นคนทำให้มันคลุมเครือเองด้วย เพราะท่านไม่แมนเหมือนเดิมเลย 555 ผมเคยรักท่านนะ อยากให้ท่านกลับมาแมนๆ เหมือนตอนแรกๆ หน่ะ)
ปี 50 -- เป็นปีที่เราตั้งคำถามว่ากับตัวเองว่าตกลงมาตรฐานความดีตอนนี้มันอยู่ตรงไหน เพราะว่าตอนนี้ทุกคนชอบฟังแต่เรื่องเลวๆ (ของเรื่องชาวบ้านนะ)
ปี 50 -- เป็นปีที่มีคนหัวโล้นๆ มาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องเรื่องอะไรหว่า ให้เป็นเรื่องประจำชาตินะไม่ค่อยอยากจำ แต่กลับมีพวกหัวโล้นๆ อีกกลุ่มหนึ่ง หรืออาจจะเป็นกลุ่มเดียวกัน พร้อมจะหากินกับหัวโล้นๆ ของตัวเองจะพร้อมจะทำเสื่อมๆ ตลอดเวลา ดังนั้นในความเห็นของผมคือ การกระทำของบุคคลหัวโล้นพวกแล้ว จึงเป็นเรื่องน่าขำขันยิ่ง
เอาเหอะพอดีกว่า นี่อ่านข่าวแค่ข่าวเดียวนะเนี่ย ยังเป็นไปได้ขนาดนี้