Knowledge

ASCII CODE

ASCII CODE คืออะไร

ASCII ย่อมาจาก American standard code for Information Interchange

หมายถึงรหัสมาตรฐานที่ใช้แทนข้อมูล ซึ่งถูกคิดค้นที่อเมริกาและกำหนดเป็นมาตรฐานสากล นั่นคือ
ตำแหน่งที่ 0-31 แทนรหัสควบคุมต่างๆ
ตำแหน่งที่ 32-127 แทนสัญลักษณ์ ตัวเลขและอักขระภาษาอังกฤษ
ตำแหน่งที่ 128-255 แทนอักขระที่เรากำหนดขึ้นเองเป็นมาตรฐานที่ใช้ในแต่ละประเทศ เพื่อการสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ และทำให้เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ สามารถรับส่งข้อมูลในความหมายเดียวกันได้ รหัสแอสกีมีขนาดเท่ากับ 8 บิต แทนข้อมูลได้ทั้งหมด เท่ากับ 256 ค่า

การแทนอักขระ จากตารางสามารถเขียนชื่อสิริกัลยา แทนด้วยรหัสได้ดังนี้

S I R I K A N L A Y A 
01010011 01001001 01010010 01001001 01001011 01000001 01001110 01001100 01000001
01011001 01000001

ดูตารางเพิ่มเติมและศึกษาเพิ่มเติม : http://en.wikipedia.org/wiki/ASCII

การวิเคราะห์ความแปรปรวน

การวิเคราะห์ความแปรปรวนเป็นวิธีการทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยประชากรตั้งแต่สามประชากรขึ้นไป โดยการทดสอบเพียงครั้งเดียว ดังนั้นสมมติฐานการทดสอบจะเป็น

H0 : ค่าเฉลี่ยประชากรไม่แตกต่างกัน
H1 : มีค่าเฉลี่ยประชากรอย่างน้อยหนึ่งคู่ที่แตกต่างกัน

หลักการวิเคราะห์ความแปรปรวน แยกความผันแปรและความแปรปรวนของข้อมูลออกเป็น

1. ความผันแปรหรือความแตกต่างระหว่างประชากร
2. ความผันแปรหรือความแตกต่างภายในประชากร

จะได้ว่า

ความผันแปรทั้งหมด = ความผันแปรระหว่างประชากร+ ความผันแปรภายในประชากรเดียวกัน

ทรีทเมนต์ หมายถึง ปัจจัยที่ทำให้ข้อมูลแตกต่างกัน หรือหมายถึงวิธีการหรือลักษณะต่างๆ ที่ต้องการเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบ k ทรีทเมนต์แบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

การทดลองแบบสุ่มโดยสมบูรณ์ (Completely Randomized Design : CRD) เป็นการทดลองเพื่อเปรียบเทียบ k ทรีทเมนต์ โดยการสุ่มตัวอย่าง k กลุ่มอย่างเป็นอิสระกันแล้วกำหนด
ทรีทเมนต์ให้แต่ละกลุ่มตัวอย่าง

การทดลองสุ่มสมบูรณ์ภายในกลุ่ม (Randomized Block Design : RBD) เป็นการทดลองเปรียบเทียบ k ทรีทเมนต์ โดยแบ่งการทดลองออกเป็นกลุ่มเป็นชุด โดยให้แต่ละกลุ่มมีจำนวนหน่วยทดลองเท่ากับจำนวนทรีทเมนต์ และแต่ละทรีทเมนต์มีจำนวนหน่วยการทดลองเท่ากัน

กล่าวโดยสรุปในความคิดเราก็คือ CRD และ RBDแตกต่างกันที่

• CRD การสุ่มตัวอย่างแต่ละชุดเป็นอิสระกัน ในแต่ละทรีทเมนต์ไม่จำเป็นที่หน่วยทดลองต้องเท่ากัน

• RBD จะต้องเลือกหน่วยทดลองแบบไม่เป็นอิสระกัน เพื่อลดค่าความผันแปรปรวนภายในประชากรเดียวกันและแต่ละกลุ่มต้องมีจำนวนหน่วยทดลองเท่ากัน
ถ้าต้องการรายละเอียดในการคำนวนเพิ่มเติมก็หาข้อมูลความรู้ได้จากหนังสือของ
รองศาสตราจารย์ ดร.กัลยา วานิชย์บัญชา ,หลักสถิติ

Heuristic

เมื่อวานได้ศึกษาเรื่องวิธีการแบบ Heuristic ใช้หลากหลายมากโดยเฉพาะในทางสถิติ การขนส่งสินค้า ที่อ่านมาส่วนมากจะเกี่ยวกับทางด้านคอมพิวเตอร์ก็พอสรุปความเข้าใจได้ก็คือ

Heuristic แปลตรงตัวก็แปลว่าการค้นหา (It means "to find" or "pertaining to finding".) ก็คือวิธีที่ทำการทดลองค้นคว้าหากฎโดยใช้ วิจารญาณ หรือการลองผิดลองถูกของผู้ตัดสินใจ มีการเรียนรู้ การตัดสินใจและการประเมินผล สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายและวีธีการ Heuristic นี้จะใช้กับระบบมีความซับซ้อนมากๆ จะช่วยลดเวลาในการทำงาน แต่รับประกันไม่ได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุด

ตัวอย่างปัญหา
ปัญหาการเดินทางของเซลล์แมนเซลล์แมนต้องเดินทางไปยังเมืองจำนวน N เมือง โดยเริ่มจากเมืองหนึ่งและเดินทางไปยังแต่ละเมืองและกลับมาสิ้นสุด ณ เมืองที่เริ่มต้น เราจึงต้องหาเส้นทางที่ดีที่สุดนั่นคือค่าใช้จ่ายต่ำสุด ระยะทางสั้นสุด โดยเราให้จำนวนเส้นทางไปยังเมืองแต่ละเมืองเป็นดังนี้ C= ((N-1)!)/2 (นับขาไปอย่างเดียว)ถ้ามีเมืองแค่เพียงไม่กี่เมืองจำนวนเส้นทางก็ไม่มาก เช่นมี 5 เมืองก็จะมีเพียง 12 เส้นทางแต่ถ้าเพิ่มเมืองเป็น 8 เมืองเราจะพบว่าจำนวนเส้นทางมีมากถึง 20,160 เส้นทาง เราจะพบว่าการเพิ่มเมืองในการเดินทางเพียงแค่ไม่กี่เมืองทำให้เกิดปัญหาในการเดินทางมาก เราใช้การแก้ปัญหาด้วยวิธี Heuristicโดย "เริ่มที่เมืองใดก็ได้ และเดินทางต่อไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองสุดท้าย และกลับมาที่เมืองเริ่มต้น" วิธีนี้ช่วย ลดเวลาในการทำงานและทำการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วขึ้น

Basic stat

ความจริงก็เรียนทางด้านสถิติมานานนะแต่ว่าไม่ค่อยจะใส่ใจรายละเอียด ซึ่งเป็นพื้นฐานและเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเริ่มต้นศึกษาวิชาสถิติงั้นก็ลองมาทบทวนความรู้เล็กๆ น้อยๆ ก่อนนะ  

     สถิติศาสตร์ (Descriptive statistics)   สถิติที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่ได้ใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็น มาประยุกต์ใช้ เช่นการนำเสนอข้อมูลในรูปกราฟ แผนภาพ

     สถิติอนุมาน (Statistical Inferrence) สถิติที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการนำทฤษฎีความน่าจะเป็นมาประยุกต์ใช้แล้วนำข้อมูลไปประมาณหรือทำนายเรื่องที่เราทำการศึกษาได้

     ข้อมูล (Data) คือข้อเท็จจริงที่อาจจะเป็นตัวเลข หรือไม่เป้นตัวเลขก็ได้

     ประชากร (Population) คือหน่วยตัวอย่างทั้งหมดที่เป็นแหล่งข้อมูลที่สนใจจะศีกษา ก็แบ่งออกเป็นประชากรที่มีจำนวนแน่นอนและแบบอนันต์อ่ะนะ

     ตัวอย่าง (Sample) คือสมาชิกที่เลือกมาจากประชากร

     ความจริงมันก็พอจะเข้าใจได้ง่าย แต่ว่าในการนำมาใช้งานในสถิติจำเป็นจะต้องรู้แน่ชัดกับสิ่งที่เรากำลังศึกษา

Syndicate content