การทำความรู้จักคนอื่น หรือการทำให้คนอื่นประทับใจมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นการประกาศศักดาว่าตัวเรานั้นไม่ได้น่ารังเกียจ และเพิ่มความมั่นใจ เคยมีโอกาสได้รู้จักคนขายของในมหาวิทยาลัย ที่ข้างร้าน 7-eleven เค้าเป็นประมาณเพศที่ 3 ทั้งสองคนเลยนะ แรกๆ ที่รู้จักกันเค้าไม่กล้าที่จะพูดจากับเราหรอก แต่เราไปอุดหนุนเค้าทุกวัน เจอหน้ากันบ่อยขึ้น เค้ากล้าทักทายเรามากขึ้น จนกระทั่งรู้จักกันไปโดยปริยาย เราเองเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่งแต่ว่าเราดีที่ยิ้มเก่ง ก็เลยได้รู้จักกัน ไม่น่ากลัวเลยกับคำว่าทำความรู้จัก ในทางกลับกันถ้าเราไปวางมาดเข้ม มาดเก่งกาจนั่นแหละที่น่ารังเกียจที่สุด เคยรู้จักพี่คนหนึ่งแรกๆ ก็ทักทายกันดีหรอก พอหลังจากได้รู้จักแล้ว เจอหน้ากันเค้าทำเป็นเหมือนว่าไม่อยากทักกัน มีฟอร์มหรือไม่ก็เราเป็นเด็กๆ ไม่น่าคุยด้วย สายตาเหมือนดูถูกดูแคลน หรือไม่ก็ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็ไม่ต้องมาพูดกัน บางทีเรามองเห็นเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ที่มาจากสายตาเค้าแล้วเราก็รู้สึกว่าเรารังเกียจจัง คนแบบนี้ แต่ทุกวันนี้เรายิ้มให้เค้านะ ถึงแม้ว่าเค้าจะเฉย ๆ เราจะถือหลักการกินเงาะ คัดแต่ผลที่ดี เสียก็ทิ้งไป เพราะอะไรหล่ะ ก็เพราะหลักการเอาชนะตนเองในเรื่องนี้ก็คือการเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรไงหล่ะ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นอย่างไรเราไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เค้าเป็นได้ แต่สิ่งที่ต้องแก้ไขก็คือความคิดเราเองเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ
เราเคยอิจฉาบางคนที่ไม่ต้องทำอะไรใครเห็นก็รัก นั่นเป็นเพราะอะไร ตอนแรกเราก็นึกเอาว่าเค้าเป็นคนมีบุญ ไม่จริงไม่มีจริงในโลกที่บุคคลเจอกันครั้งแรกจะประทับใจโดยไม่มีเงื่อนไข แรกเริ่มการรู้จัก ถ้าจะชอบหรือเกลียดใครสักคนย่อมมาจากการกระทำของตัวเขาในครั้งแรกที่พบกัน การวางตัว การเข้าสังคม ไม่หรือแม้แต่การพูดจาและที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงใจในทุกคำพูด กับบางคนเราบอกได้เลยว่าถ้าเราไม่ประทับใจในตัวเค้าแล้วสิ่งแรกที่เราจะทำคือการไม่พูดจา เพราะว่าแววตาและคำพูดบอกความจริงได้ดีที่สุด โดยเฉพาะเราที่เก็บอะไรไม่ค่อยจะอยู่
คราวนี้มาถึงเรื่องความริษยาของเรา ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยริษยาใครเลย ความหมายว่าริษยาของเราก็คือการที่เรา อิจฉา+ความหมั่นไส้ เราก็ไม่รู้ว่าความคิดนี้มันเกิดมาจากไหนนะ แต่เรารู้สึกว่ามันปนเน้นหนักไปทางหมั่นไส้มากกว่า อาจจะเป็นด้วยเรื่องน่าตา บุคคลิก การพูดจาหรือแม้กระทั่งสีผิว อย่าปฏิเสธว่าเราไม่เคยอิจฉาคนที่รูปร่างหน้าตาดีกว่า คนที่น่ารักกว่าเรา ทางออกของความคิดเราก็เลยไปมั่วเอาว่าเค้าสวยแต่โง่ ก็ไร้ประโยชน์ มีคนรู้จักที่เราได้มีโอกาสไกล้ชิดเค้า เป็นคนน่ารักนะ แต่ว่าเราได้สัมผัสมาแล้วเค้าไม่ค่อยจริงใจเลย ดูแล้วไม่แฟร์กับการรู้จัก ดังนั้นคนๆ นี้เราจึงใช้นิยามว่าเราริษยาเค้า และมีอีกคนที่เราไม่มีโอกาสรู้จัก เป็นคนที่หน้าตาดี เก่งเราก็ยอมรับโดยสดุดีว่าเยี่ยมนะ เป็นผู้หญิงที่เพศชายใฝ่หา ต้องตา เตะใจเพศตรงข้ามได้ดี เราก็อยากเป็นหนึ่งในนั้นนะ แต่ว่าเรื่องหน้าตาก็คงสู้ใครไม่ได้ ก็ขอเรื่องเก่งหละกัน เพราะเราตรัสรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วว่าคนสวยแต่ไร้สมองก็สำคัญเฉพาะกับเรื่องที่ไร้สมอง ส่วนคนเก่งไม่สวยสำคัญกับทุกเรื่องและอยู่เหนือคนสวยในทุกๆ เรื่อง
